ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฝัน เพราะความฝันเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจ กระตุ้นให้มีแรงขับเคลื่อนในชีวิต และส่งผลให้เกิดการคาดหวัง ซึ่งการมี “ความฝัน” เพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ถ้าหากขาด “เป้าหมาย” เพราะเป้าหมายเท่านั้นที่จะเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นจริง กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนแล้วลงมือกระทำเพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ เช่นเดียวกับ “น้ำ สมภพ พานิชานุรักษ์” ดีไซน์เนอร์อายุน้อยที่มากด้วยความสามารถ และเต็มไปด้วยความฝัน มีความทะเยอทะยาน เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ด้านงานศิลป์ ซึ่งเกิดจากการฝึกฝนด้วยตัวเอง และแสวงหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ อยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียร พยายามเดินตามความฝัน เพื่อให้ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักจนทำออกมาได้ดี และประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าชื่อชม กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคที่ขวางกั้นความฝันไว้ “น้ำ สมภพ พานิชานุรักษ์” ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ตามเราไปรู้จักกับเขากันเลยค่ะ



แนะนำตัว

    นายสมภพ พานิชานุรักษ์ ชื่อเล่น "น้ำ"  นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขานวัตกรรมการออกแบบ  เอกออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครับ

จุดเริ่มต้นที่เราสนใจเรื่องการออกแบบ

    จุดเริ่มต้นก็คือ ตอนเด็ก ๆ เป็นคนชอบทำงานศิลปะมาก ทำงานฝีมือ ถักโคร์เซต์ วาดภาพ ตอนช่วงขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชอบเสื้อผ้า งานผ้า งานตัดเย็บ งานประดิษฐ์ประดอย และรู้สึกว่าอยากตัดเสื้อให้ตัวเองใส่      จึงตัดสินใจซื้อหนังสือตัดเย็บเสื้อผ้า ทำแพทเทิ้ล เรียนรู้ด้วยตัวเอง ตอนแรกเริ่มจากการเย็บมือ แต่ก็ยังได้เสื้อใส่ เป็นทรงง่าย ๆ ทรงพื้นฐาน ทำมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นแพชชั่น ชอบในสิ่งที่รัก จนสามารถทำงานเก็บเงินซื้อเครื่องจักร พอซื้อจักรตัวแรกได้เริ่มสนุก สามารถมีรายได้ส่งตัวเองเรียน ซัพพอร์ตตัวเอง คุณแม่ และครอบครัวได้ครับ



เริ่มต้นเรื่องทุนในการทำธุรกิจ

    แต่ก่อนไม่ได้มีทุนเยอะมาก เป็นเด็กชนบทฐานะครอบครัวก็ไม่ได้ร่ำรวย มีเงินมาก แต่อย่างที่บอกไปช่วงแรก ด้วยใจรัก อยากที่จะทำเป็น ชอบในด้านนี้ เหมือนตอนแรกที่ได้ไปซื้อหนังสือ เริ่มที่จะเก็บเงิน ด้วยความที่ชนบทจะชอบใส่ผ้าถุง ชอบใส่เสื้อคอกระเช้าจึงรับตัด รับต่อตีนผ้าถุง ราคาผืนละ 20 บาท เสื้อคอกระเช้าตัวละ 80 บาท ก็เริ่มเก็บเงิน ตอนขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก็ได้จักรตัวน้อย ๆ ของเราเอง จึงได้เริ่มเย็บกระเป๋าขายให้เพื่อนอยู่ที่โรงเรียน ใช้สีอะคลิลิคเพ้นท์เป็นชื่อเพื่อน และเก็บเงิน ซึ่งเงินก้อนแรกที่ได้ก็คือ 3,000 บาท สำหรับเราตอนนั้นคือมันเยอะมาก เก็บมาเรื่อย ๆ ทำมาเรื่อย ๆ ทุนเริ่มต้นก็ไม่ได้เยอะไม่ถึง 500 บาท จากที่ได้ไปซื้อหนังสือมา ซื้อผ้า ซื้อเข็ม ทำมาจนถึงปัจจุบัน สามารถมีรายได้ซัพพอร์ตตัวเองได้
    ช่วงเริ่มต้นแรก ๆ จะเป็นคำพูดมากกว่า เพราะว่าด้วยความอยู่แบบบ้านที่ชนบทไม่มีใครเข้าถึงคำว่าแฟชั่น เวลามีคนมาถามว่าอยากเป็นอะไร ผมอยากเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ ทุกคนก็จะงงอันไหนคือแฟชั่นดีไซน์เนอร์ มักจะมีคำถามว่าทำไมไม่เป็นอาจารย์ เป็นหมอ ด้วยความชอบ จึงไม่ค่อยฟังคำวิจารณ์ คำดูถูกทางด้านผลงาน และด้วยความที่เรียนจากหนังสือ จากยูทูบ ซึ่งก็จะสอนแพทเทิ้ลชุดพื้นฐาน ถ้าหุ่นลูกค้าเป็นไซต์พื้นฐานเขาอาจจะใส่แล้วไม่พอดีตัว แต่คือโชคดีตอนที่เรียนมัธยมอาจารย์อยู่ที่โรงเรียนก็เป็นลูกค้าน้ำด้วย เวลามีกิจกรรมวันภาษาไทย       หรือกิจกรรมต่าง ๆ อาจารย์ก็มาให้ออกแบบ ทำให้ได้ฝึก ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือตอนช่วงจะขึ้นม.5 - ม.6 ด้วยความที่รับงานเป็นฟรีแลนซ์ และต้องเรียนไปด้วย การแบ่งเวลาอาจจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ทำให้อาจจะนอนน้อยส่งผลให้หนักลดไป ปัญหาอีกช่วงคือ ม.6 ตอนปิดเทอมจะขึ้นมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นช่วงโควิด ด้วยความที่เป็นโควิดจึงแก้ปัญหาโดยการตัดแมสก์ขาย ได้เงินเยอะพอสมควร ด้วยความที่เล่นโซเซียลเป็นเด็กรุ่นใหม่ ก็ออกแบบแล้วจึงตัดเสื้อผ้าใส่เอง ถ่ายโปรโมทด้วยตัวเอง 2 วันที่แล้วไปเรียนออนไซต์ก็ตัดผ้าถุงใส่ ตัดเสื้อใส่ ตัดย่ามใส่เอง สร้างเอกลักษณ์ของตัวเราเอง เพื่อจะให้คนที่เขาติดตามให้เห็นว่าเราเป็นคนอีสาน ส่วนแรงผลักดันได้จากแม่จากครอบครัวจากคนรอบข้าง เพราะเวลาเหนื่อยก็ต้องมีท้อบ้าง แม่ก็ให้กำลังใจ เพราะส่วนตัวเองก็อยากเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อทำตามความฝัน แรงผลักดันหลัก ๆ คือจากแม่ และตัวเอง ถ้ามายเซ็ทดีมีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง แม้มีอุปสรรคก็จะสู้ด้วยตัวเองครับ



แบ่งเวลาเรียนและทำงานที่เรารักอย่างไร

    โชคดีเพราะว่าเริ่มต้นเร็วกว่าคนอื่น พอมาเรียนก็จะมีสกิลจากที่ได้ฝึกฝนมาด้วยตัวเอง เวลาอาจารย์สั่งงานก็รีบทำงานส่งอาจารย์ก่อนค่อยมาทำงานให้ลูกค้า ซึ่งจะบอกว่าแฮปปี้มากที่มาเรียนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม อยู่ในสังคมที่เขาชื่นชอบแบบเรามันอาจจะแตกต่างจากมัธยมจะต้องเรียนวิชาที่เป็นพื้นฐาน แต่พอเรามาเรียนมหาวิทยาลัย มีความกดดันก่อนสอบ และช่วงไฟนอลโปรเจกต์ แต่ก็มีความสุขมากครับเพราะเป็นสิ่งที่รักและชอบ

กลุ่มลูกค้าของเรา

    ลูกค้าหลักจะเป็นทางออนไลน์ ลูกค้าที่ติดตามจากอินสตาแกรม แล้วก็ลูกค้าที่เป็นนิสิตด้วยกัน คนมีอายุด้วย อย่างเช่น คนที่เป็นนิสิตเขาจะมีการส่งประกวดมิสแกรนด์ก็มาให้ออกแบบชุด ตัดชุดให้ ส่วนลูกค้าออนไลน์จะมาให้ทำแพทเทิ้ล ขึ้นชุดตัวอย่างให้ บางคนก็กำลังจะเปิดแบรนด์เสื้อผ้าเขาก็หาช่างแพทเทิ้ล หาช่างเย็บชุดตัวอย่างเขาก็เอามาให้ทำให้ครับ

ความภาคภูมิใจในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

    ความภูมิใจ คือ ภูมิใจที่ได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีอันดับต้น ๆ ของภาคอีสาน ซึ่งผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพมากมาย และมหาวิทยาลัยมหาสารคามมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ ทางด้านต่าง ๆ ที่เป็นอีสานอย่างแท้จริง ซึ่งแตกต่างจากที่อื่น และมีคณะที่ตรงกับความต้องการของเรา การอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้เจอเพื่อน ๆ ที่คอยช่วยเหลือ อาจารย์ทุกท่านที่คอยให้คำปรึกษา   นอกจากนี้แล้วกิจกรรมต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยยังทำให้รู้สึกผูกพันกับมหาวิทยาลัยมากขึ้น และทำให้ผมหลงรักในความเป็นมหาวิทยาลัยมหาสารคามมาก ๆ ครับ





ฝากข้อคิดอะไรถึงน้อง ๆ

    เชื่อว่าทุก ๆ ความฝันสามารถเป็นจริงได้ถ้าเราลงมือทำ โดยมองว่าขอบเขตเป้าหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทุกคนมีความฝันที่แตกต่างกันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เราถึงเป้าหมายนั้นได้คือ การที่เรากล้าลงมือทำ และพัฒนาตัวเอง ฝึกฝนตัวเอง
การวิ่งเข้าหาโอกาสเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าจะทำให้เราได้สกิลหลายอย่าง และก็ได้รู้จักคนเยอะขึ้น สามารถไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น สุดท้ายอยากจะฝากน้อง ๆ ทุกคนว่าถ้าทุกคนมีความฝันอย่าล้มเลิกความฝันของตนเองให้พยายามทำมันให้สำเร็จ และไฟท์เพื่อตัวเราเอง  เพื่ออนาคตของเรา ทุกคนทำได้ถ้าเรามีใจรักและถ้าเราลงมือทำ อยากให้ทุกคนสู้ ๆ ครับ


*** ขอขอบคุณที่มาของเรื่องเล่าสร้างแรงบันดาลใจ  กิจกรรมดีๆ จาก สำนักศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาสารคาม



Author

ผู้เรียบเรียง : จุฑามาศ ภิญโญศรี
Email : jutamas.p@msu.ac.th
หมายเลขติดต่อภายใน : 0942915414

ภาพประกอบบทความ

  :   กราฟิค : ปิยะฉัตร ธนภัทรธุวานันท์ / จุฑามาศ ภิญโญศรี

Related Posts